มันราบเรียบแต่กินใจ เป็นชีวิตในวัยเด็กของแพ็คยอมิน ย้อนอดีตกลับไปสมัยที่เกาหลีใต้ยังไม่เจริญ
ก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมเหมือนในปัจจุบันนี้ เราชอบตัวละครในเรื่องหลายตัวมาก
โดยเฉพาะตัวเอก คือยอมิน น่ารักจริงจัง ดูว่าออกจะคิดเกินตัวไปหน่อย
เพราะคนเขียนใส่แนวคิดของตัวเองในปัจจุบันเข้าไปด้วย
เขาว่ามันเป็นการรวบรวมบทเรียนชีวิตที่ผ่านมาของเขาเอง (ในตอนนั้นอายุ 29 ปี)
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังสือดีในใจเรา สร้างแรงบันดาลในการใช้ชีวิตให้กับเราไม่น้อย
เราชอบความสดใสน่ารัก ความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ทำให้เรามีชีวิตชีวาขึ้นมา
การมองโลกแบบเด็กๆบ้าง ก็ทำให้ชีวิตดูจะสนุกสดใสและน่าอยู่ขึ้นมา
ในเรื่องได้สะท้อนแนวคิดที่น่าสนใจไว้ไม่น้อย ทั้งเรื่องความห่างเหินกับระหว่างวัยเด็กกับผู้ใหญ่
พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความสดใสเต็มที่กับชีวิตก็หายไป แทนที่ด้วยความขึงขังจริงจัง และช่างน่าเศร้า
ยอมิน เป็นเด็กยากจนบนยอดเขา แม่ของเขาตาบอดข้างหนึ่ง และพ่อทำเหมืองแร่
ชีวิตของเขาไม่ได้สุขสบาย รอบตัวเขามีแต่ความทุกข์ยากลำบาก ใครที่คิดว่าตัวเองตกอยู่-
ในสภาพแย่แล้ว อาจจะไม่เท่าเด็กคนนี้ แต่คำสอนของพ่อแม่ยอมิน ไม่เคยสอนให้เขารังเกียจ-
ความทุกข์ยากความจน ทำให้เขาไม่รู้สึกสิ้นหวัง ชีวิตของยอมินไม่น่าสลดหดหู่ เขาเป็นเด็กน่ารัก
เป็นอัศวินตัวน้อยๆที่เจริญรอยตามพ่อของเขา ครอบครัวของยอมินสอนลูกได้น่ารักมาก
ทำให้ยอมินเป็นเด็กใจกว้าง มีเมตตา และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
เราชอบตอนชีวิตที่ถูกปิดขังอยู่ในห้อง ซึ่งเป็นฉากสิ้นสุดชีวิตของนักปรัชญาก้นครัว บางครั้งเราก็เหมือนนัก-
ปรัชญาก้นครัว ทำตัวไร้ค่า หาประโยชน์ไม่ได้จากการกระทำงี่เง่า โดยเฉพาะการจมอยู่กับความคิดจน-
มันเน่าเฟอะ ติดอยู่ระหว่างความจริงกับความฝัน เราฝันมาก แต่เป็นจริงน้อย บางทีก็ไม่
เราจมดิ่งกับฝันมากจนเพ้อ หมกหมุ่นอยู่กับตัวเอง ไม่ออกมาเผชิญความจริง เก็บตัวเองใส่กุญแจไว้
คิดดูมันช่างน่าสงสาร ช่างแตกต่างจากยอมิน เด็กน้อย แต่ก็ใช่ว่ายอมินจะเป็นเด็กดีเลิศประเสริฐศรี
แน่นอน ยอมินก็คือมนุษย์ธรรมดาๆอย่างเราๆ ย่อมมีทั้งดีทั้งไม่ดีทั้งเฉยๆ ทั้งสุขเศร้าเคล้าๆกันไป
ก็น่าแปลกที่เรื่องเด็กๆแบบนี้ กลับพูดถึงความตายไว้มาก แต่เป็นการบรรยายที่นุ่มนวล
ไม่น่าสลดหดหู่ใจ หรือน่าสยดสยองใดใด ช่างเป็นการมองโลกที่แสนจะอ่อนโยน
เด็กๆอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี เป็นเรื่องที่น่าแนะนำ
เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงชีวิตของตัวเอง เรามองดูตัวเอง เราได้ปลุกชีวิตให้ตื่น
เป็นที่น่าสนใจมากเมื่อมันเกิดคำถามขึ้นมาว่า ระหว่างการจินตนาการแบบเด็กๆกับการเพ้อฝันของผู้ใหญ่
มันเหมือนหรือต่างกันยังไง?
