เราจึงวางแผน และเริ่มปฏิบัติการสร้างอินสไปเรชั่นของตัวเอง
เพราะการนี้ จึงมาสัปดาห์หนังสือวันสุดท้าย
การช้อปปิ้งคนเดียว เราจะได้สิ่งที่เราต้องการจริงๆ
เพราะการนี้ จึงมาสัปดาห์หนังสือวันสุดท้าย
การช้อปปิ้งคนเดียว เราจะได้สิ่งที่เราต้องการจริงๆ
แต่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
เราเริ่มงานนี้ ประมาณบ่ายและจบลงห้าหกโมง
โดยที่อาหาร น้ำ ไม่ตกถึงท้อง
ช่วงเวลา สี่-ห้า ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น
เราเสวยความ(อยาก)รู้ และประสบการณ์เล็กๆ
ประสบการณ์ที่เราอยากหาเหลือเกิน เพื่อให้ชีวิตมันมีอะไร
แลกมาด้วยเงินเจ็ดแปดร้อย
นับว่าถูก สำหรับคนช้อปห้าชั่วโมง
ตกเล่มละเกือบร้อย ได้มาเก้าเล่ม สมุดหนึ่ง
(ไม่รวมของเก่าที่มาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว)
และ แต่น แดน แด๊น ต้นไม้หนึ่ง
ร้านละสอง-สามเล่ม ยกเว้นนายอินทร์ หนึ่ง ก็ปาไปสองร้อย
มานั่งนึก วินาทีที่เงินออกจากกระเป๋า ช่างสั้นเหลือเกิน
เทียบไม่ได้กับการรอคอย ให้เงินงอกขึ้นมาในกระเป๋าที่แสนจะยาวนาน
ทำไมต้องรอหรอ ก็เพราะปลูกเงินเองไม่เป็น อาศัยเงินของคนแก่ๆที่ส่งเสียเลี้ยงดู
ช่างน่ารังเกียจนัก วันๆเอาแต่นั่งฝัน ให้คนแก่ทำงานหนักไป
กะว่าจะเก็บฝันไปเร่ขายสักที ก็ยังสุกงอมไม่เต็มที
วินาทีนี้ หลังงานเลิก
งานออกไปสูดดมเสรีภาพ(คนเดียว)
งานเก็บเกี่ยวความแปลกใหม่จากชีวิตที่ซ้ำไปซ้ำมาในบ้านกลางป่า
งานกระตุ้นต่อมความเร้าใจ ด้วยการทดลองหลง
งานฝึกขยับปากกับคนอื่น ที่นานๆทีจะเปิด
งาน งาน งาน งานที่ไม่ทำ แล้วตายไม่สบายใจ
แขนมีรอยแดงเป็นจ้ำๆ เพราะแบกถุงหนังสือหนักๆไว้ตลอดเวลา
วันสุดท้าย คนก็เป็นตับอ่ะนะ
แต่ไม่ชอบเบียดกับใคร เลยเข้าร้านว่างๆ ที่มีหนังสือดูจะไม่เข้ากับวัยรุ่น
เล่มแรกได้จากโซนซีสอง ร้านพลอยแกมเพชร คนขายนี่ มากับเป็นครอบครัวแน่ๆ
เราได้หนังสือเด็กเล่มละห้าสิบบาท
ซื้อ เพราะอยากรู้ความรู้สึกของเด็กที่ติดเอดส์จากแม่
อยู่รอดมาได้ เพราะยาย (ตรงใจมาก)
แถมยังถูกสังคมรังเกียจ แต่ก็ยังเป็นสุขดี น่าจะเพราะมีคนสำคัญเป็นแรงใจ
เราอยากที่จะรู้สึกว่าได้เผชิญกับวินาทีชีวิตที่สำคัญของคนๆนั้นดูบ้าง
ตอนแรกว่าจะซื้อเจ้าหญิงไดอาน่า แต่คิดว่าดัง คงหาประวัติอ่านในเน็ตได้ เลยผ่าน
ต่อมาไปมูลนิธิโกมลคีมทอง
หมายมั่นว่าจะไปซื้อ เชื่อมั่นในหัวใจ เขียนให้ถึงแก่น
(ชอบแต่ ก็จำชื่อไม่ค่อยได้ จำได้รางๆ)
เคยยืมห้องสมุดอ่าน เป็นฮาวทูแปลที่ดีมากเรื่องหนึ่ง ชอบมาก เอาไปใช้ได้ดี
อยากมีเป็นของของตัวเองบ้าง
มีที่ว่างที่หนึ่ง ดูว่าเป็นที่ที่เคยมีหนังสือตั้งอยู่กองหนึ่ง
เราจินตนาการว่ามันคือ หนังสือเล่มนั้น เล่มที่มีความหมายกับเรา แต่ดันมาช้าไป
แต่ไม่สาย สำหรับเล่มอื่นๆ เอานิทานอิสระ ยี่สิบบาท อยากอ่านอะไรใหม่ๆที่เก่าๆ
เราเดินวนสองรอบ จากมุมเอ ไปมุมบี จากบี กลับไปเอ
สมกับเป็นเรา ชอบวนอยู่ที่เดิม เวลาคิดก็คิดวนไปวนมา
เลยชอบคิดปริศนา เพราะมันได้วนอยู่ที่เดิมนานๆ
ก็ได้หนังสือที่มุมเอ (มันไม่มีป้ายติดว่า มุมเอ มุมบี มาจากการสมมติของเราล้วนๆนะ)
อีกสามเล่ม ตั้งใจว่าจะสอง แต่เขาให้ฟรีอีกเล่ม ก็เล่มละห้า สามเล่มร้อย
ได้โลกของเด็กอินเดียน อยากได้มุมมองของคนข้ามทวีปที่เราแทบจะไม่รู้เรื่องของเขาเลยบ้าง
แล้วก็หนังสือแปลจากอังกฤษที่แปลมาจากญี่ปุ่น เกี่ยวกับเกษตร ธรรมชาติ
ชอบเพราะนำเสนอเกี่ยวกับการทำลายล้างของคน(อวด)เก่งทั้งหลาย เลยชอบ
คนแก่ชาวญี่ปุ่นน่ารักดี เลยอยากอ่าน ซื้อมาภาคหนึ่ง ภาคสอง (ภาคสามยัง)
อีกเหตุผลคือ ชายข้างๆพูดกับแฟนสาวว่า //นี่ไงหนังสือที่เค้าซื้อไป เรื่องนี้ดีนะ แต่ยังมีไม่ครบชุด
อ้าวๆ ซื้อสองแถมหนึ่ง งั้นเอาสามเล่ม ภาคหนึ่งถึงสามเลยละกัน//
จริงๆเขาไม่ได้พูดแบบนั้น แต่เราตีความใหม่ ตามความเบลอๆของเรา ตรงกว่าเหตุการณ์จริง เชื่อเถอะ
เราจะได้สิ่งที่มันรอคอยเราอยู่จริงๆ

