ถามตัวเราเองว่ามัน คือสิ่งใด
หรือ มันมีอยู่จริงหรือไม่
คำตอบในแต่ละช่วงเวลาย่อมเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ต่างจากกาลเวลา
การเปลี่ยนแปลงย่อมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ทุกสรรพสิ่งล้วนอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลง
แม้แต่ความงดงาม หรือ ชีวิต
อะไรที่เราเรียกว่า งดงาม
ถ้าถามแล้วต้องการคำตอบในตอนนี้
เราก็คิดสดๆว่า
อะไรที่งดงามนั้น มีความหมายในใจเรา
มีความรู้สึกอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
มีการประทับลงไปในใจ
สิ่งที่งดงาม เราต้องมองมันด้วยหัวใจ
มันคือความรู้สึกที่ดวงตาไม่อาจบอกได้
มันมีรอยยิ้มเกิดขึ้นในใจ
ต่อให้ร่างกายล้าจนทนแทบไม่ไหว
ใบหน้ายิ้มไม่ออก แต่ภายใน มันผลิบาน
สิ่งที่ทำให้เรานึกถึงความงดงามเมื่อเร็วๆนี้
คือเหตุการณ์ที่เราไปขายหนังสือในสัปดาห์หนังสือ
ช่วงเวลาสั้นๆสิบวันของเรา
มีค่ากว่าสิบปีที่ผ่านมาซะอีก
เรารู้สึกมีความหมาย
รู้สึกมีคุณค่า
เพียงแค่ได้มอบรอยยิ้มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมามากมาย
หรือจริงๆแล้ว
เราได้รับรอยยิ้มมากมายจากผู้คน
มันสวยงามมาก
ภาพที่เกิดขึ้นในใจเรา
เราไม่สามารถเหนื่อยได้เลย
ทั้งๆที่ไม่ใช่คนที่ชอบเข้าสังคมอะไรนัก
ไม่ได้ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
มักจะอึดอัด จะเป็นจะตายทุกครั้งไป
เวลาอยู่ในสังคมใหญ่ๆที่แสนจะวุ่นวาย
ความงดงามของมิตรภาพที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
งามอย่างเหลือเชื่อ
ขอบคุณน้ำใจจากเพื่อนเก่า
ซึ่งก็ยังเป็นเพื่อนใหม่เสมอ
ขอบคุณน้ำใจจากเพื่อนใหม่
ที่สักวันหนึ่งจะเป็นเพื่อนเก่า
ความสัมพันธ์เป็นสิ่งสวยงามเสมอ
ทำให้เราเอาชนะความกลัว
ความเห็นแก่ตัว
ความน่ารังเกียจ
ความเลวร้าย
สารพัดสิ่งโสมมในตัวเรา
เราทำสิ่งสวยงามได้ เพราะมีเพื่อน
เรายืนหยัด เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญได้
เพราะมีเพื่อน
เราก็ไม่ต่างไปจากคนทั่วไป
ที่ยังมีทัศนคติลบๆกับอะไรบางอย่าง
อย่างเช่น
การขายของ เราเคยไม่ชอบ
เคยปฎิเสธ เราปิดกั้นสิ่งนี้
มองว่ามันต่ำ มันดูน่าเกียจ
จากการปิดกั้นสิ่งอื่นนำมาสู่การปิดกั้นตัวเอง
เราหันมามองว่า
เราไม่มีความสามารถที่จะขายของได้
การขายของดูเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและซับซ้อนเกินไปสำหรับเรา
ต้องใช้ความสามารถที่เราไม่มี
ในการเรียกลูกค้า การคิดเงิน การจดจำรายการสินค้า
อะไรก็ตามที่เป็นการขาย
ต้องใช้ความสามารถในการพูด
ซึ่งเราแทบจะไม่เชื่อมั่นในด้านนี้เอาซะเลย
เราพูดน้อย พูดเบา ไม่ค่อยกล้าพูด อายที่จะพูด
เปลี่ยนตัวเองได้จากการป้อนทัศนคติใหม่ๆให้กับตัวเอง
เปิดตัวเองสู่การเรียนรู้ การฝึกฝนชีวิต
ต้องขอบคุณความกล้าที่ได้จากเพื่อน
ขอบคุณโอกาสที่ได้จากครู
ขอบคุณแรงบันดาลใจจากสมุดคนอื่น
ขอบคุณตัวเองที่พยายามมากขึ้น
ขอบคุณครอบครัวที่ยังเหมือนเดิม
เราชอบคำว่า ขอบคุณ
รู้สึกว่ามันเป็นคำที่สวยงาม
ถ้าชีวิตได้ใช้คำนี้บ่อยๆ เราคงได้เจอชีวิตที่สวยงามมากๆ
เราเปิดตัวเองสู่การพูด นำไปสู่การขาย
แรกๆก็ไม่มั่นใจ แต่มีเพื่อนร่วมงานที่ดี
จริงๆก็คือพี่ แต่เรามองว่าเป็นเพื่อน
เป็นคนที่กล้าดี มีน้ำใจ แคร์ผู้อื่น
มีหัวคิดสร้างสรรค์ด้วย
เขาปูทางให้กับเรา
ตะโกนแหกปากเรียกลูกค้าด้วยเสียงหวานๆ
ถ้อยคำก็ดึงดูดน่าสนใจ
ที่สำคัญดูเป็นธรรมชาติมากๆ
เราชอบที่ความเป็นธรรมชาติ
รู้สึกสบายใจ ฟังแล้วมีความรู้สึกดี
ใครผ่านมาก็ยิ้ม บางทีหัวเราะ
กับความเป็นกันเองและบ้าๆบอๆของพวกเรา
เห็นแล้วก็สุขใจไปด้วย
ภาพมันค่อยๆสวยงามอย่างไม่ทันตั้งตัว
จะให้อธิบายอย่างละเอียดว่า
มันสวยงามยังไงนี่ยากเนอะ
หลายๆอย่างที่เกิดขึ้น
เรารู้สึกว่ามันอาจจะมากกว่าความสวยงามด้วยซ้ำ
จริงๆก็ย้อนอดีตไปนานเหมือนกัน
เกือบสามอาทิตย์แล้ว ที่ผ่านมา
แต่มันก็ยังสวยงามเสมอ
ไม่ว่าเราจะเจออะไร
ไม่ว่าเราจะได้อะไร
ความรู้สึกนั้น ก็ยังเหมือนเดิม
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งที่อยู่เหนือการเปลี่ยนแปลงได้
ถึงอย่างไรต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์
เขียนแบบวันเวย์แบบนี้
มันก็มีความพิเศษที่ออกมาจากความรู้สึกสดๆ
ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากมาย
ถูกขัดเกลาน้อยที่สุด ก็ดูธรรมชาติๆดี
เป็นแบบธรรมชาติ เรียบๆง่าย นี่มันสวยงามนะ
แต่ไม่ง่ายเหลือเกิน
ยิ่งในหัวชอบคิดปรุงแต่ง
เรายิ่งเพิ่มรายละเอียด
เพิ่มความซับซ้อน
เพิ่มความวุ่นวายให้กับชีวิต
ยุ่งเหยิงจนพันกันเป็นปม
บางทีก็สวยงาม
บางทีก็เกินความสวยงาม
จากที่เขียนๆมา ก็น่าจะพอสรุปได้ว่า
ความงดงามมีอยู่จริง
ในความคิดของเรา ขณะนี้
ดังนั้น ชีวิตก็หาความงดงามได้
ไม่ใช้เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป
สิ่งที่งดงามนั้น มันเกิดขึ้นในใจเท่านั้น
นอกใจ แล้วจะ(ศพ)ไม่สวย55
สิ่งที่อยู่ภายในมนุษย์นั้นแหละ
ที่เรียกว่าความงดงาม
มองเห็นได้ด้วยสิ่งที่เหมือนกัน