Search

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

29.11.55

เพื่ออะไร..หรือไม่เพื่ออะไร

อาจมีหลายคนเคยมีคำถามว่า เราจะ...
มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

..หลายครั้งที่ชีวิตเจอกับปัญหา
ทำให้ใจเธออ่อนล้าลงบ้างมั้ย..

เพื่อความฝัน
หลายครั้งต้องรู้สึกโดดเดี่ยว
เหมือนเราทอดทิ้งคนรอบตัวไป

เพื่อความรัก เพื่อครอบครัว
สุดท้ายก็ต้องตายจากกันไป

เพื่อความสุข
สุขนั้นก็ยังไม่ยั่งยืน
ยิ่งสุขได้มาก  กลับต้องทุกข์สาหัส

เพื่อความดี
อุดมการณ์ที่พ่วงมากับชื่อเสียง
อยู่ยงคงกระพันอย่างที่มนุษย์เราโหยหา

ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ดูจะเห็นแก่ตัวไปซะหมด
เรามีชีวิตอยู่เพื่อที่จะเห็นแก่ตัว
เพื่อที่จะเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

เมื่อย้อนกลับมาดูตัวเองอีกครั้ง
เราก็ได้รู้ว่า  คำถามมากมายที่เกิดขึ้น คือความผิดพลาด
หากว่า ไม่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร..
แต่เพียงแค่มีชีวิต
มีชีวิตอย่างมีความหมาย

และใช้ชีวิตต่อไปด้วยความรักที่จะมีชีวิตอยู่
แต่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว

เราจะทำได้ไหม

เพียงแค่การค้นหาความหมายของความรักในการมีชีวิตอยู่
จะเพียงพอไหมนะ




20.3.55

ที่ว่างในถาดอาหาร


ชาวญี่ปุ่นมีนิสัยการรับประทานอาหารที่น่ารักอย่างหนึ่งคือ ทานอาหารจนรู้สึกอิ่มไป 80 เปอร์เซ็นต์ 
นั่นมันหมายความว่ายังไง ก็คือ ใส่อาหารลงไปในกระเพาะจนเกือบเต็มเว้นที่ว่างไว้ 20 เปอร์เซ็นต์ ในกระเพาะอาหาร   อีกทั้งการใช้ตะเกียบในการรับประทานอย่างประณีต  กว่าอาหารจะเข้าปากได้แต่ละคำ  และยังเข้าไปได้ทีละคำๆเล็กๆ   มันยอดเยี่ยมตรงไหนรู้ไหม  ยิ่งทานช้า  นอกจากจะทำให้เราอิ่มเร็ว  
ยังทำให้ระบบการย่อยของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องซักผ้า 
หากเราใส่ผ้าสกปรกไปเต็มเอียด  เครื่องย่อมทำความสะอาดผ้าได้ไม่ดีเท่ากับที่เราใส่ผ้าลงไปจนเกือบเต็ม  
แค่เกือบเท่านั้น  แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  วัฒนธรรมการกินที่อ่อนช้อยนี้  
เรียกว่า ฮะระฮะชิบุ  

คำอธิบาย: http://www.studyatoz.com/upload/content/August_1_2011_2_29_1369273928.jpg
- ฮะระฮะชิบุ  วัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่น -

ไม่ใช่แต่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีวัฒนธรรมการกินแบบแปลกๆ ยังมีแนวคิดที่คล้ายคลึงกันในชาวอินเดีย เรียกว่า  
มิตาหาระ ซึ่งให้เหลือพื้นที่ว่างหนึ่งในสี่ส่วนของกระเพาะอาหาร  สำหรับการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ

จะถามคำถามนี้ได้ไหม? ความอิ่มมันสำคัญอย่างไรกับเรา?

“เราต้องการเติมเต็มชีวิตในส่วนที่ขาดหายไป  เราต้องการเติมอะไรบางอย่างอยู่เสมอ”  คำกล่าวนั้นจริงหรือเปล่า?

เรากินอาหารเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน  แต่จะมีใครเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเราเองบ้างหรือเปล่า  เคยสงสัยไหมว่า ในแต่ละมื้อ  เรากินข้าว(และกับข้าว)ไปกี่คำ  คำหนึ่งเคี้ยวไปกี่ครั้ง  มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินไปใช่ไหม  เกินกว่าที่เราจะต้องมานั่งสังเกต  แต่สิ่งที่เราแทบไม่ต้องเฝ้าสังเกตเลยคือ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ  เรามีปฏิกิริยาอย่างไร 

อ๊ะ! บางคนแทบลุกจากเก้าอี้ไม่ไหว  โหยหาที่นอนอันอ่อนนุ่ม   บางคนรู้สึกฮึกเหิม  มีพละกำลังวังชาปานโคถึกหรือจะเทียบ  บางคนเรอ ตดอย่างหมดสิ้นทุกข์ใดในชีวิน  เราเองก็คงไม่ต่างจากคนเหล่านั้น

เราเติมอาหารไปจนเต็มกาย  กายของเราหรือจะอยากเคลื่อนไหวให้หนักหนา  ขอพักก่อน  ออมแรงไว้ย่อยสุกร มัจฉา  กิจการงานเลิกรา  เพราะกายแข็งข้อต่องานอื่น  จดจำไว้หลังอาหาร  งานคือย่อย  อาหารอร่อยก็ต้องย่อยไม่เหลือดี  หากซัดเยอะกรรมซ้อน  ย้อนผลกรรม ชักนำให้ยุ่งยากชักช้าเป็นการใหญ่  
เหตุที่สุกรมากมี  งานล้นมือ  กว่าจะย่อยเสร็จ  กว่าจะย่อยหมด  ก็หมดแรงกายไปนับโข  หากเร่งรีบกิจใดคั่นเวลางาน  งานล่าช้าเผลอๆอาจย่อยไม่หมดงาน


กินอิ่มเสียจนรู้สึกเต็มที่กับชีวิต 
หมดสิ้นภาระหน้าที่ทุกสิ่งสรรพ 
ขอเพียงขยับกายเอนลงเตียงหนา   
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดจะประสงค์  เพื่ออยู่ยงอีกต่อไป 
จบลงแล้ว บริบูรณ์แล้ว  ขอลาไปสู่สุขาวดีบนที่นอน

พบกันครั้งต่อไป

10.3.55

จ้องกระจกดูสักครั้ง..นั้นใคร? (จบ)



อะไรมันจะไปจริงอย่างที่ใจคนต้องการ
ในโลกนี้  มันไม่มีทางหาได้

ทำใจยอมรับ
ยากก็ยากนะ แต่ถ้ายังหายใจ ก็มีแววว่าจะทำได้

ตัวเป็นของเรา  ใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน

เรากำลังต่อสู้อยู่กับชีวิตที่มีร่างกาย
แต่ใจหลุดลอยไปอยู่ไหนไม่รู้
เรากำลังพ่ายแพ้ให้กับชีวิตที่ไม่มีหัวใจอยู่กับตัวเอง

แต่เรากำลังพลิกกลับมาชนะ
เพราะเรากำลังพยายามตามหาใจตัวเอง
ทวงใจตัวเองกลับคืนมา

ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่ เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาลลลลล

ถามตัวเองดีดี  ใจของเรากลัวอะไร
ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ ทำไมเราถึงไม่ยอมรับ
มันไม่สมเหตุสมผลหรอกหรือที่จะเกิดขึ้น
ไม่มีอะไรแน่นอน
ปลูกต้นมะม่วง ก็ได้ลูกมะม่วง
แต่ปัจจัยที่จะทำให้ลูกมะม่วงออกผลก็สำคัญ
เราอาจใส่ปัจจัยไม่ครบถ้วน  หรือปริมาณอาจไม่ถูกสัดส่วน

จดจำไว้เป็นบทเรียน
ปลูกมะม่วงครั้งต่อไป  เราจะรดน้ำถูกเวลา
พรวนดินอย่างพอเหมาะพอควร
และจะไม่หน้ามืดตามัว เอาน้ำตามารดดิน

แบ่งชีวิตให้เขาแล้ว  เขาก็ทำมันหล่นหาย
ไม่มีทางจะทำใจได้เลย..

ยังๆไม่พอ
ยัง..
ฝันว่าอาจจะคืนมาเหมือนเคย

ทุกคืนที่นอนร้องไห้  ตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้
ความปวดใจทั้งหมดหายไป  เมื่อเห็นเขามีความสุข
หรือเมื่อเราคิดไปเองว่า เขายังมีใจ
เราก็เอาใจกลับไปหาเขาทันที
ไม่มีเผื่อใจ  ไม่เข็ดสักที

จ้องกระจกดูสักครั้ง..นั้นใคร?

นั้นสิเนอะ  ลองมองดูสิว่าในนั้นมีใคร
ทำไมไม่มองล่ะ  มองเห็นตัวเองบ้างหรือยัง
ทำไมยังมองหาแต่คนอื่น
ทำไมไม่สนใจตัวเอง


เก็บชีวิตที่เหลือๆ  ทำให้ดีจะได้ไหม
แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม..
(ชอบท่อนนี้มากๆเลย)

มนุษย์เราไม่เคยสมบูรณ์หรอกนะ
ไม่ว่าจะอยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่กับคนที่เรารัก
เราอาจจะคิดไปว่า เต็ม  อิ่ม  อุ่น
เรารู้สึกสุข
ในขณะนั้นมันสุขก็จริง
แต่ความสุข  หาได้จีรังยั่งยืน
มันมีวันจาง
มันมีปัจจัยหลายอย่างที่มนุษย์อย่างเราต้องยอมรับว่า
ถูกแทรกแซงได้ง่าย
ยิ่งไคว้คว้า  ยิ่งไกลห่าง
เป็นดาบสองคมเสมอ
ความสุขที่เกิดจากการผูก

ผูกพันกันก็รู้สึกอบอุ่นใจ   รู้สึกดีที่มีใครให้เกาะเกี่ยว
แต่ผูกไปผูกมามันพันกันยุ่งเหยิง
กลายเป็นปม
ต่างฝ่ายก็อยากจะแก้ไข ดึงกันแรงๆก็ขาดผึ่ง
ยื้อกันไปยื้อกันมา ไม่กล้าดึง ไม่กล้าปล่อย
ปมก็ขมวดใจเราเอาไว้  ไม่หายไป

ทำไมไปจมอยุ่กับคนนั้น  ทำไมตัวเองถูกตัวเองทิ้ง
คิดอะไรอยู่  บ้าอะไรอยู่
ทำไมไปจมอยู่กับความหลัง  ทำไมยังฟังอยู่แต่เพลงช้ำ
คิดอะไรอยู่  บ้าอะไรอยู่

ความสุขมันจืดจาง
เพราะจิตของเราถูกแทรกแซงได้ง่าย
มันสั่นคลอน และไม่น่าไว้วางใจ

เขาไม่รักเรา ไม่เป็นไรหรอก..
เขาไม่รักเรา แค่เพียงให้เรา รักตัวเองงงงง

ถามตัวเองอีกที
รักตัวเองเป็นหรือเปล่า  ก่อนเอาใจไปรักใคร

"ไม่มีใครตาย  เพราะไม่มีคนรัก  มีแต่คนตาย  เพราะไม่รักตัวเอง"
-นิรนาม-

เห็นแล้วสินะ  ความกลัวของตัวเอง
กลัวว่าตัวเองจะหายไป
แต่ใครกันล่ะที่ทำให้ตัวเองหายไป
ถ้าไม่ใช่คนที่มองไม่เห็นตัวเอง

ขอบคุณเพลง
ฤดูร้อน
ทะเลใจ
ครึ่งหนึ่งของชีวิต
รักตัวเองเป็นหรือเปล่า

จ้องกระจกดูสักครั้ง..นั้นใคร? (เริ่ม)


อะไรคือสิ่งที่เรากลัวที่สุดในตอนนี้
ถ้าหามันเจอ  จะรู้ว่าเรากำลังเผชิญอยู่กับอะไร

บ่อยครั้งที่ใจเดินออกไปไม่มองข้างทาง
หยดน้ำตา อยู่กับการไม่มีค่า
ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คนสับสนวุ่นวาย
หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด
เมื่อเธอมาจากฉันไป

โอ.........................อยู่ๆดีก็นึกถึงเพลงนี้
พอเปิดฟัง  มันช่างตรงกับใจในตอนนี้
ใจสั่นระริกระรี้  เมื่อได้ยินถ้อยคำอันกระแทกกระทั้นจิตใจ

ขาดเธอ เออเฮอเฮออออออออออออออ

โอย เจ็บ อย่างสรรหาคำใดยากจะอธิบาย

ทำไมความกลัวของเรา มันอยู่ที่การขาดคนๆหนึ่งไป
ทำไมคนๆนั้นถึงมาอยู่เป็นเนื้องอกในใจเรา

สิ่งที่เรากลัวจริงๆมันคืออะไรกันแน่
กลัวว่าจะไม่มีเขาอีกต่อไป  กลัวว่าเราจะอยู่ไม่ได้  ถ้าไม่มีเขา
กลัวว่ามันจะไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราทุ่มเทให้กับเขา
มันก็ผิดตั้งแต่ที่เราคาดหวังอะไรจากเขาแล้วล่ะ
ทำไมล่ะ  ทำไมเราจะต้องคาดหวังอะไรมากเกินไปด้วย
เราไม่สามารถควบคุมการกระทำของคนอื่น
เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักมาแคร์เราได้
แต่เราก็ยังคาดหวังว่าจะทำได้
ทำไมเราไม่เลิกหวังในสิ่งที่เห็นท่าจะยาก
ทำไมเราจะต้องกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของใคร
ทำไมเราจะต้องเสมือนไร้ตัวตนในชีวิตของเขา
ทำไมเราจะต้องหน้าด้านอยู่
ทำไมเราจะต้องไม่เข็ดกับความเจ็บปวดจากเขา
หรือจากสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับเขา

เรารู้ว่าเขาไม่ใช่คนผิด
เราผิดที่คิดให้ใจมันเจ็บไปเอง
ทำไมไม่สงสารใจตัวเอง ทำไมไปแคร์แต่ใจคนอื่น
ทำไมรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง  ทำไมรักไม่เป็น
เฮ้อออ ตัวเองจะไปคาดหวังคนอื่นได้ยังไง
ขนาดตัวเองยังคาดหวังอะไรตัวเองได้ยาก


อะไรมันจะไปจริงอย่างที่ใจคนต้องการ
ในโลกนี้  มันไม่มีทางหาได้

26.2.55

ส่วนหนึ่งในห้องเรียน

ขออนุญาตินำส่วนหนึ่งของรายงานการเรียนโยคะมาใส่เพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจให้กับตัวเองและให้ผู้อื่นได้ลองศึกษาทำความรู้จักด้วยนะคะ (ช่วงประมาณกลางปี 2554)


17.12.54

ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส(2)

ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส


หากโลกใบนี้ เป็นสีเทา
หากโลกใบนี้ ไม่มีแสงแดด
หากโลกใบนี้ ไม่มีสายรุ้ง
หากโลกใบนี้ ไม่มีเงาไม้ที่สะท้อนในน้ำ


โลกก็ยังสวยงามได้
เพียงแค่มีใครสักคนให้เรากล่าว ขอบคุณ


หากคนที่ได้รับนั้น เป็นคนเดียวกับคนกล่าว
โลกคงสวยงามและมีความหมายมาก
เมื่อความขอบคุณออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ




ขอบคุณเธอที่ร้องไห้เพื่อให้ความรู้สึกที่เปี่ยมล้น
หาทางออกจนเจอ


ขอบคุณเธอที่ฝืนยิ้มเพื่อให้ความเข้มแข็ง
ได้มีที่อยู่


ขอบคุณเธอที่ตอกย้ำความผิดพลาดเพื่อที่
เธอจะได้เป็นคนที่มีโอกาสพัฒนาก้าวหน้าต่อไป


ขอบคุณเธอที่เอาชนะอารมณ์ตัวเองไม่ได้
ทำให้รู้ว่าเธอมีพรสวรรค์ที่ทำให้จะโลกมีสีสัน


ขอบคุณเธอที่ลังเลและไม่ชัดเจนกับอะไรหลายๆอย่าง
เพื่อให้มีเวลาตัดสินสิ่งที่ดีที่สุดนานพอ


ขอบคุณเธอที่เอาแต่โทษตัวเอง
ทำให้รู้ว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของโลกใบนี้


ขอบคุณเธอที่ท้อแท้ต่อชีวิต
เพื่อให้เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นชีวิตที่แท้จริงของเธอ


ขอบคุณเธอที่พยายามหลบหนีปัญหาต่างๆ
เพื่อที่เธอจะได้จดจำความกลัว
และกลัวมากพอที่จะกำจัดมันออกไปได้


ขอบคุณเธอที่มอบคำขอบคุณให้กับใครสักคน




ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส

11.11.54

อะไรก็ตาม

ก็แค่เขียนเท่านั้น
ที่ทำได้ในตอนนี้


ไม่ว่ามันจะเป็นโอกาสสุดท้าย
หรือยังมีวันข้างหน้า


สิ่งที่เราทำได้  เราก็จะต้องทำ
สิ่งที่เราปรารถนา  เราก็ต้องตอบสนอง


มันอาจจะเป็นพินัยกรรม
หรือไดอารี่บทเก่าๆ
ก็แล้วแต่มันจะเป็น


อาจไม่มีคนฟัง
ไม่มีคนรับรู้
ก็แล้วแต่มันจะเป็น


ใจของเราเข้มแข็งพอที่จะทำ
แม้ว่าร่างกายจะไม่ค่อยดีพอ


ความอ่อนแอของร่างกาย
เอามาวัดไม่ได้
ความหมายของคนๆหนึ่ง
ไม่ได้มีแต่ร่างกาย


ไม่ว่าเราจะกำลังสับสน
หรือกำลังเหงา
กำลังเศร้า
หรืออะไรก็ตาม


เราก็จะเขียน
ไม่ว่ามันจะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม


ถ้าได้อ่านมาถึงตรงนี้
โปรดอย่าได้ถือสาเอาความ
กับเรื่องราวที่มันดูไร้ความหมาย


ชีวิตนี้จะมีความหมายหรือไม่ก็ตาม
ขอแค่ได้มีลมหายใจ
และใช้มันอย่างเต็มที่
ก็น่าพอใจที่สุดแล้ว


คำว่าหยุด จะไม่เกิดขึ้น
จนกว่าลมหายใจจะหยุด


อีกนิดเดียว จะเสร็จ
อีกนิดเดียว จะสมบูรณ์
อีกนิดเดียว จะจบสิ้น


ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น


ไม่มีความสมบูรณ์พร้อมในทุกสรรพสิ่ง


อะไรก็ตามดี
และอะไรก็ตามนั้นไม่ดีด้วย


สิ่งที่อยู่ในหัวเรา
มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต


คำว่าเวลา ใช้ได้กับสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
และอะไรก็ตาม ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง
แต่การเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง


หากอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกสับสน
ก็ขอให้เข้าใจว่า
สิ่งที่กำลังสับสนไม่ใช่ข้อความเหล่านี้
แต่เป็นตัวท่านเอง


สิ่งที่ไม่มีชีวิต จะสับสนได้อย่างไร
สิ่งที่ไม่มีชีวิต จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร


อะไรก็ตาม
เป็นไปเพราะสิ่งมีชีวิต







7.11.54

ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส(1)

ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส


ฉันภาวนาขอบคุณ
ถ้อยคำอันงดงาม
ดังใบไม้ร่วงจากสรวงสวรรค์
ดังบทสวดมนต์ของทวยเทพ
ดังแสงแดดยามต้องใบหน้าหญิงสาว
ดังคำหวานจากบทกวีข้างทาง


ขอบคุณโลกที่สร้างความไม่สมบูรณ์แบบ
เพื่อให้เราค้นหาความสวยงามดังอุดมคติ


ขอบคุณโลกที่สร้างความสับสนวุ่นวาย
เพื่อให้เราค้นหาที่พักพิงทางใจตลอดไป


ขอบคุณโลกที่สร้างบาดแผลในใจ
เพื่อให้เราเข้มแข็งก้าวเดินไปข้างหน้า


ขอบคุณความเจ็บปวด
ที่ทำให้เราตามหาความสุขอย่างเปี่ยมล้นจนเจอ


ขอบคุณร่างกายที่อ่อนแอ
ทำให้เราเรียนรู้ที่จะมีจิตใจแข็งแรง


ขอบคุณการจากไปของพ่อแม่ ก่อนที่เราจะจดจำ
ทำให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวเป็น


ขอบคุณเวลาที่อ้างว้างที่สุด
ทำให้เรารู้ว่าไม่มีคราไหนจะเหงาที่สุดอีกแล้ว


ขอบคุณความไม่แน่นอนของชีวิต
ที่ทำให้เราทุ่มเทกำลังเล่นเกมชีวิตเต็มที่


ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส

6.11.54

ความรักไม่เคยเกิดขึ้นในดวงตา

ความรักไม่เคยเกิดขึ้นในดวงตา


ความรักคือสายใยบางๆที่มั่นคงได้ด้วยความขยันถักทอ
ตึงไปก็ขาด  หย่อนไปก็ไม่แข็งแรง
ความรักต้องการความพอดี


ความรักคือสายใยบางๆที่มั่นคงได้ด้วยความขยันถักทอ
แต่นั่นก็หมายความว่า มันพร้อมที่จะถูกฉีกขาดได้ทุกเมื่อ
ด้วยเวลา


ความรักต้องร่วมกันสรรค์สร้าง


ไม่มีใครได้มากกว่ากัน  ไม่มีใครให้มากกว่ากัน
ความรักต้องการความเท่าเทียม


ความรักไม่มีตัวเธอ  ไม่มีตัวฉัน มีแต่กันและกัน


ความรักไม่เคยเกิดขึ้นในดวงตา


มองด้วยตา ก็ไม่อาจรู้สึก

31.10.54

ความงดงามของชีวิต

ความงดงามของชีวิต
ถามตัวเราเองว่ามัน คือสิ่งใด
หรือ มันมีอยู่จริงหรือไม่
คำตอบในแต่ละช่วงเวลาย่อมเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ต่างจากกาลเวลา
การเปลี่ยนแปลงย่อมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ทุกสรรพสิ่งล้วนอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลง
แม้แต่ความงดงาม หรือ ชีวิต


อะไรที่เราเรียกว่า งดงาม
ถ้าถามแล้วต้องการคำตอบในตอนนี้
เราก็คิดสดๆว่า
อะไรที่งดงามนั้น  มีความหมายในใจเรา
มีความรู้สึกอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
มีการประทับลงไปในใจ


สิ่งที่งดงาม  เราต้องมองมันด้วยหัวใจ


มันคือความรู้สึกที่ดวงตาไม่อาจบอกได้
มันมีรอยยิ้มเกิดขึ้นในใจ
ต่อให้ร่างกายล้าจนทนแทบไม่ไหว
ใบหน้ายิ้มไม่ออก  แต่ภายใน มันผลิบาน


สิ่งที่ทำให้เรานึกถึงความงดงามเมื่อเร็วๆนี้
คือเหตุการณ์ที่เราไปขายหนังสือในสัปดาห์หนังสือ
ช่วงเวลาสั้นๆสิบวันของเรา
มีค่ากว่าสิบปีที่ผ่านมาซะอีก


เรารู้สึกมีความหมาย
รู้สึกมีคุณค่า


เพียงแค่ได้มอบรอยยิ้มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมามากมาย
หรือจริงๆแล้ว
เราได้รับรอยยิ้มมากมายจากผู้คน


มันสวยงามมาก
ภาพที่เกิดขึ้นในใจเรา


เราไม่สามารถเหนื่อยได้เลย
ทั้งๆที่ไม่ใช่คนที่ชอบเข้าสังคมอะไรนัก
ไม่ได้ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
มักจะอึดอัด จะเป็นจะตายทุกครั้งไป
เวลาอยู่ในสังคมใหญ่ๆที่แสนจะวุ่นวาย


ความงดงามของมิตรภาพที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
งามอย่างเหลือเชื่อ


ขอบคุณน้ำใจจากเพื่อนเก่า
ซึ่งก็ยังเป็นเพื่อนใหม่เสมอ
ขอบคุณน้ำใจจากเพื่อนใหม่
ที่สักวันหนึ่งจะเป็นเพื่อนเก่า


ความสัมพันธ์เป็นสิ่งสวยงามเสมอ
ทำให้เราเอาชนะความกลัว
ความเห็นแก่ตัว
ความน่ารังเกียจ
ความเลวร้าย
สารพัดสิ่งโสมมในตัวเรา
เราทำสิ่งสวยงามได้ เพราะมีเพื่อน


เรายืนหยัด  เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญได้
เพราะมีเพื่อน


เราก็ไม่ต่างไปจากคนทั่วไป
ที่ยังมีทัศนคติลบๆกับอะไรบางอย่าง


อย่างเช่น
การขายของ  เราเคยไม่ชอบ
เคยปฎิเสธ  เราปิดกั้นสิ่งนี้
มองว่ามันต่ำ มันดูน่าเกียจ


จากการปิดกั้นสิ่งอื่นนำมาสู่การปิดกั้นตัวเอง
เราหันมามองว่า
เราไม่มีความสามารถที่จะขายของได้
การขายของดูเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและซับซ้อนเกินไปสำหรับเรา
ต้องใช้ความสามารถที่เราไม่มี
ในการเรียกลูกค้า การคิดเงิน การจดจำรายการสินค้า
อะไรก็ตามที่เป็นการขาย
ต้องใช้ความสามารถในการพูด
ซึ่งเราแทบจะไม่เชื่อมั่นในด้านนี้เอาซะเลย


เราพูดน้อย พูดเบา ไม่ค่อยกล้าพูด อายที่จะพูด
เปลี่ยนตัวเองได้จากการป้อนทัศนคติใหม่ๆให้กับตัวเอง
เปิดตัวเองสู่การเรียนรู้ การฝึกฝนชีวิต


ต้องขอบคุณความกล้าที่ได้จากเพื่อน
ขอบคุณโอกาสที่ได้จากครู
ขอบคุณแรงบันดาลใจจากสมุดคนอื่น
ขอบคุณตัวเองที่พยายามมากขึ้น
ขอบคุณครอบครัวที่ยังเหมือนเดิม


เราชอบคำว่า ขอบคุณ
รู้สึกว่ามันเป็นคำที่สวยงาม


ถ้าชีวิตได้ใช้คำนี้บ่อยๆ  เราคงได้เจอชีวิตที่สวยงามมากๆ


เราเปิดตัวเองสู่การพูด  นำไปสู่การขาย
แรกๆก็ไม่มั่นใจ แต่มีเพื่อนร่วมงานที่ดี
จริงๆก็คือพี่ แต่เรามองว่าเป็นเพื่อน
เป็นคนที่กล้าดี  มีน้ำใจ แคร์ผู้อื่น
มีหัวคิดสร้างสรรค์ด้วย


เขาปูทางให้กับเรา
ตะโกนแหกปากเรียกลูกค้าด้วยเสียงหวานๆ
ถ้อยคำก็ดึงดูดน่าสนใจ
ที่สำคัญดูเป็นธรรมชาติมากๆ
เราชอบที่ความเป็นธรรมชาติ
รู้สึกสบายใจ  ฟังแล้วมีความรู้สึกดี


ใครผ่านมาก็ยิ้ม บางทีหัวเราะ
กับความเป็นกันเองและบ้าๆบอๆของพวกเรา
เห็นแล้วก็สุขใจไปด้วย


ภาพมันค่อยๆสวยงามอย่างไม่ทันตั้งตัว


จะให้อธิบายอย่างละเอียดว่า
มันสวยงามยังไงนี่ยากเนอะ


หลายๆอย่างที่เกิดขึ้น
เรารู้สึกว่ามันอาจจะมากกว่าความสวยงามด้วยซ้ำ


จริงๆก็ย้อนอดีตไปนานเหมือนกัน
เกือบสามอาทิตย์แล้ว  ที่ผ่านมา
แต่มันก็ยังสวยงามเสมอ


ไม่ว่าเราจะเจออะไร
ไม่ว่าเราจะได้อะไร
ความรู้สึกนั้น ก็ยังเหมือนเดิม
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งที่อยู่เหนือการเปลี่ยนแปลงได้
ถึงอย่างไรต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์


เขียนแบบวันเวย์แบบนี้
มันก็มีความพิเศษที่ออกมาจากความรู้สึกสดๆ
ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากมาย
ถูกขัดเกลาน้อยที่สุด ก็ดูธรรมชาติๆดี


เป็นแบบธรรมชาติ  เรียบๆง่าย  นี่มันสวยงามนะ
แต่ไม่ง่ายเหลือเกิน


ยิ่งในหัวชอบคิดปรุงแต่ง
เรายิ่งเพิ่มรายละเอียด
เพิ่มความซับซ้อน
เพิ่มความวุ่นวายให้กับชีวิต
ยุ่งเหยิงจนพันกันเป็นปม


บางทีก็สวยงาม
บางทีก็เกินความสวยงาม


จากที่เขียนๆมา ก็น่าจะพอสรุปได้ว่า
ความงดงามมีอยู่จริง
ในความคิดของเรา ขณะนี้
ดังนั้น ชีวิตก็หาความงดงามได้
ไม่ใช้เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป


สิ่งที่งดงามนั้น  มันเกิดขึ้นในใจเท่านั้น
นอกใจ แล้วจะ(ศพ)ไม่สวย55


สิ่งที่อยู่ภายในมนุษย์นั้นแหละ
ที่เรียกว่าความงดงาม
มองเห็นได้ด้วยสิ่งที่เหมือนกัน

บล็อกอัพเดตล่าสุด

Most View

Sponser by: