Search

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดอารี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดอารี่ แสดงบทความทั้งหมด

29.11.55

เพื่ออะไร..หรือไม่เพื่ออะไร

อาจมีหลายคนเคยมีคำถามว่า เราจะ...
มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

..หลายครั้งที่ชีวิตเจอกับปัญหา
ทำให้ใจเธออ่อนล้าลงบ้างมั้ย..

เพื่อความฝัน
หลายครั้งต้องรู้สึกโดดเดี่ยว
เหมือนเราทอดทิ้งคนรอบตัวไป

เพื่อความรัก เพื่อครอบครัว
สุดท้ายก็ต้องตายจากกันไป

เพื่อความสุข
สุขนั้นก็ยังไม่ยั่งยืน
ยิ่งสุขได้มาก  กลับต้องทุกข์สาหัส

เพื่อความดี
อุดมการณ์ที่พ่วงมากับชื่อเสียง
อยู่ยงคงกระพันอย่างที่มนุษย์เราโหยหา

ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ดูจะเห็นแก่ตัวไปซะหมด
เรามีชีวิตอยู่เพื่อที่จะเห็นแก่ตัว
เพื่อที่จะเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

เมื่อย้อนกลับมาดูตัวเองอีกครั้ง
เราก็ได้รู้ว่า  คำถามมากมายที่เกิดขึ้น คือความผิดพลาด
หากว่า ไม่ต้องมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร..
แต่เพียงแค่มีชีวิต
มีชีวิตอย่างมีความหมาย

และใช้ชีวิตต่อไปด้วยความรักที่จะมีชีวิตอยู่
แต่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว

เราจะทำได้ไหม

เพียงแค่การค้นหาความหมายของความรักในการมีชีวิตอยู่
จะเพียงพอไหมนะ




10.3.55

จ้องกระจกดูสักครั้ง..นั้นใคร? (จบ)



อะไรมันจะไปจริงอย่างที่ใจคนต้องการ
ในโลกนี้  มันไม่มีทางหาได้

ทำใจยอมรับ
ยากก็ยากนะ แต่ถ้ายังหายใจ ก็มีแววว่าจะทำได้

ตัวเป็นของเรา  ใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน

เรากำลังต่อสู้อยู่กับชีวิตที่มีร่างกาย
แต่ใจหลุดลอยไปอยู่ไหนไม่รู้
เรากำลังพ่ายแพ้ให้กับชีวิตที่ไม่มีหัวใจอยู่กับตัวเอง

แต่เรากำลังพลิกกลับมาชนะ
เพราะเรากำลังพยายามตามหาใจตัวเอง
ทวงใจตัวเองกลับคืนมา

ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่ เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาลลลลล

ถามตัวเองดีดี  ใจของเรากลัวอะไร
ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ ทำไมเราถึงไม่ยอมรับ
มันไม่สมเหตุสมผลหรอกหรือที่จะเกิดขึ้น
ไม่มีอะไรแน่นอน
ปลูกต้นมะม่วง ก็ได้ลูกมะม่วง
แต่ปัจจัยที่จะทำให้ลูกมะม่วงออกผลก็สำคัญ
เราอาจใส่ปัจจัยไม่ครบถ้วน  หรือปริมาณอาจไม่ถูกสัดส่วน

จดจำไว้เป็นบทเรียน
ปลูกมะม่วงครั้งต่อไป  เราจะรดน้ำถูกเวลา
พรวนดินอย่างพอเหมาะพอควร
และจะไม่หน้ามืดตามัว เอาน้ำตามารดดิน

แบ่งชีวิตให้เขาแล้ว  เขาก็ทำมันหล่นหาย
ไม่มีทางจะทำใจได้เลย..

ยังๆไม่พอ
ยัง..
ฝันว่าอาจจะคืนมาเหมือนเคย

ทุกคืนที่นอนร้องไห้  ตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้
ความปวดใจทั้งหมดหายไป  เมื่อเห็นเขามีความสุข
หรือเมื่อเราคิดไปเองว่า เขายังมีใจ
เราก็เอาใจกลับไปหาเขาทันที
ไม่มีเผื่อใจ  ไม่เข็ดสักที

จ้องกระจกดูสักครั้ง..นั้นใคร?

นั้นสิเนอะ  ลองมองดูสิว่าในนั้นมีใคร
ทำไมไม่มองล่ะ  มองเห็นตัวเองบ้างหรือยัง
ทำไมยังมองหาแต่คนอื่น
ทำไมไม่สนใจตัวเอง


เก็บชีวิตที่เหลือๆ  ทำให้ดีจะได้ไหม
แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม..
(ชอบท่อนนี้มากๆเลย)

มนุษย์เราไม่เคยสมบูรณ์หรอกนะ
ไม่ว่าจะอยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่กับคนที่เรารัก
เราอาจจะคิดไปว่า เต็ม  อิ่ม  อุ่น
เรารู้สึกสุข
ในขณะนั้นมันสุขก็จริง
แต่ความสุข  หาได้จีรังยั่งยืน
มันมีวันจาง
มันมีปัจจัยหลายอย่างที่มนุษย์อย่างเราต้องยอมรับว่า
ถูกแทรกแซงได้ง่าย
ยิ่งไคว้คว้า  ยิ่งไกลห่าง
เป็นดาบสองคมเสมอ
ความสุขที่เกิดจากการผูก

ผูกพันกันก็รู้สึกอบอุ่นใจ   รู้สึกดีที่มีใครให้เกาะเกี่ยว
แต่ผูกไปผูกมามันพันกันยุ่งเหยิง
กลายเป็นปม
ต่างฝ่ายก็อยากจะแก้ไข ดึงกันแรงๆก็ขาดผึ่ง
ยื้อกันไปยื้อกันมา ไม่กล้าดึง ไม่กล้าปล่อย
ปมก็ขมวดใจเราเอาไว้  ไม่หายไป

ทำไมไปจมอยุ่กับคนนั้น  ทำไมตัวเองถูกตัวเองทิ้ง
คิดอะไรอยู่  บ้าอะไรอยู่
ทำไมไปจมอยู่กับความหลัง  ทำไมยังฟังอยู่แต่เพลงช้ำ
คิดอะไรอยู่  บ้าอะไรอยู่

ความสุขมันจืดจาง
เพราะจิตของเราถูกแทรกแซงได้ง่าย
มันสั่นคลอน และไม่น่าไว้วางใจ

เขาไม่รักเรา ไม่เป็นไรหรอก..
เขาไม่รักเรา แค่เพียงให้เรา รักตัวเองงงงง

ถามตัวเองอีกที
รักตัวเองเป็นหรือเปล่า  ก่อนเอาใจไปรักใคร

"ไม่มีใครตาย  เพราะไม่มีคนรัก  มีแต่คนตาย  เพราะไม่รักตัวเอง"
-นิรนาม-

เห็นแล้วสินะ  ความกลัวของตัวเอง
กลัวว่าตัวเองจะหายไป
แต่ใครกันล่ะที่ทำให้ตัวเองหายไป
ถ้าไม่ใช่คนที่มองไม่เห็นตัวเอง

ขอบคุณเพลง
ฤดูร้อน
ทะเลใจ
ครึ่งหนึ่งของชีวิต
รักตัวเองเป็นหรือเปล่า

จ้องกระจกดูสักครั้ง..นั้นใคร? (เริ่ม)


อะไรคือสิ่งที่เรากลัวที่สุดในตอนนี้
ถ้าหามันเจอ  จะรู้ว่าเรากำลังเผชิญอยู่กับอะไร

บ่อยครั้งที่ใจเดินออกไปไม่มองข้างทาง
หยดน้ำตา อยู่กับการไม่มีค่า
ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คนสับสนวุ่นวาย
หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด
เมื่อเธอมาจากฉันไป

โอ.........................อยู่ๆดีก็นึกถึงเพลงนี้
พอเปิดฟัง  มันช่างตรงกับใจในตอนนี้
ใจสั่นระริกระรี้  เมื่อได้ยินถ้อยคำอันกระแทกกระทั้นจิตใจ

ขาดเธอ เออเฮอเฮออออออออออออออ

โอย เจ็บ อย่างสรรหาคำใดยากจะอธิบาย

ทำไมความกลัวของเรา มันอยู่ที่การขาดคนๆหนึ่งไป
ทำไมคนๆนั้นถึงมาอยู่เป็นเนื้องอกในใจเรา

สิ่งที่เรากลัวจริงๆมันคืออะไรกันแน่
กลัวว่าจะไม่มีเขาอีกต่อไป  กลัวว่าเราจะอยู่ไม่ได้  ถ้าไม่มีเขา
กลัวว่ามันจะไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราทุ่มเทให้กับเขา
มันก็ผิดตั้งแต่ที่เราคาดหวังอะไรจากเขาแล้วล่ะ
ทำไมล่ะ  ทำไมเราจะต้องคาดหวังอะไรมากเกินไปด้วย
เราไม่สามารถควบคุมการกระทำของคนอื่น
เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักมาแคร์เราได้
แต่เราก็ยังคาดหวังว่าจะทำได้
ทำไมเราไม่เลิกหวังในสิ่งที่เห็นท่าจะยาก
ทำไมเราจะต้องกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของใคร
ทำไมเราจะต้องเสมือนไร้ตัวตนในชีวิตของเขา
ทำไมเราจะต้องหน้าด้านอยู่
ทำไมเราจะต้องไม่เข็ดกับความเจ็บปวดจากเขา
หรือจากสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับเขา

เรารู้ว่าเขาไม่ใช่คนผิด
เราผิดที่คิดให้ใจมันเจ็บไปเอง
ทำไมไม่สงสารใจตัวเอง ทำไมไปแคร์แต่ใจคนอื่น
ทำไมรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง  ทำไมรักไม่เป็น
เฮ้อออ ตัวเองจะไปคาดหวังคนอื่นได้ยังไง
ขนาดตัวเองยังคาดหวังอะไรตัวเองได้ยาก


อะไรมันจะไปจริงอย่างที่ใจคนต้องการ
ในโลกนี้  มันไม่มีทางหาได้

11.11.54

อะไรก็ตาม

ก็แค่เขียนเท่านั้น
ที่ทำได้ในตอนนี้


ไม่ว่ามันจะเป็นโอกาสสุดท้าย
หรือยังมีวันข้างหน้า


สิ่งที่เราทำได้  เราก็จะต้องทำ
สิ่งที่เราปรารถนา  เราก็ต้องตอบสนอง


มันอาจจะเป็นพินัยกรรม
หรือไดอารี่บทเก่าๆ
ก็แล้วแต่มันจะเป็น


อาจไม่มีคนฟัง
ไม่มีคนรับรู้
ก็แล้วแต่มันจะเป็น


ใจของเราเข้มแข็งพอที่จะทำ
แม้ว่าร่างกายจะไม่ค่อยดีพอ


ความอ่อนแอของร่างกาย
เอามาวัดไม่ได้
ความหมายของคนๆหนึ่ง
ไม่ได้มีแต่ร่างกาย


ไม่ว่าเราจะกำลังสับสน
หรือกำลังเหงา
กำลังเศร้า
หรืออะไรก็ตาม


เราก็จะเขียน
ไม่ว่ามันจะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม


ถ้าได้อ่านมาถึงตรงนี้
โปรดอย่าได้ถือสาเอาความ
กับเรื่องราวที่มันดูไร้ความหมาย


ชีวิตนี้จะมีความหมายหรือไม่ก็ตาม
ขอแค่ได้มีลมหายใจ
และใช้มันอย่างเต็มที่
ก็น่าพอใจที่สุดแล้ว


คำว่าหยุด จะไม่เกิดขึ้น
จนกว่าลมหายใจจะหยุด


อีกนิดเดียว จะเสร็จ
อีกนิดเดียว จะสมบูรณ์
อีกนิดเดียว จะจบสิ้น


ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น


ไม่มีความสมบูรณ์พร้อมในทุกสรรพสิ่ง


อะไรก็ตามดี
และอะไรก็ตามนั้นไม่ดีด้วย


สิ่งที่อยู่ในหัวเรา
มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต


คำว่าเวลา ใช้ได้กับสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
และอะไรก็ตาม ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง
แต่การเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง


หากอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกสับสน
ก็ขอให้เข้าใจว่า
สิ่งที่กำลังสับสนไม่ใช่ข้อความเหล่านี้
แต่เป็นตัวท่านเอง


สิ่งที่ไม่มีชีวิต จะสับสนได้อย่างไร
สิ่งที่ไม่มีชีวิต จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร


อะไรก็ตาม
เป็นไปเพราะสิ่งมีชีวิต







7.11.54

ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส(1)

ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส


ฉันภาวนาขอบคุณ
ถ้อยคำอันงดงาม
ดังใบไม้ร่วงจากสรวงสวรรค์
ดังบทสวดมนต์ของทวยเทพ
ดังแสงแดดยามต้องใบหน้าหญิงสาว
ดังคำหวานจากบทกวีข้างทาง


ขอบคุณโลกที่สร้างความไม่สมบูรณ์แบบ
เพื่อให้เราค้นหาความสวยงามดังอุดมคติ


ขอบคุณโลกที่สร้างความสับสนวุ่นวาย
เพื่อให้เราค้นหาที่พักพิงทางใจตลอดไป


ขอบคุณโลกที่สร้างบาดแผลในใจ
เพื่อให้เราเข้มแข็งก้าวเดินไปข้างหน้า


ขอบคุณความเจ็บปวด
ที่ทำให้เราตามหาความสุขอย่างเปี่ยมล้นจนเจอ


ขอบคุณร่างกายที่อ่อนแอ
ทำให้เราเรียนรู้ที่จะมีจิตใจแข็งแรง


ขอบคุณการจากไปของพ่อแม่ ก่อนที่เราจะจดจำ
ทำให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวเป็น


ขอบคุณเวลาที่อ้างว้างที่สุด
ทำให้เรารู้ว่าไม่มีคราไหนจะเหงาที่สุดอีกแล้ว


ขอบคุณความไม่แน่นอนของชีวิต
ที่ทำให้เราทุ่มเทกำลังเล่นเกมชีวิตเต็มที่


ขอบคุณคำว่าขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้สดใส

31.10.54

เมื่อฉันเจ็บ



ที่เราว่าดวงตกนั้น  เพราะหลังจากคอยดูแลลูกแมวบาดเจ็บแล้ว  เราก็เป็นฝ่ายบาดเจ็บเสียเอง


เริ่มจากเดินชนนู่นชนนี่  อาจเป็นความซุ่มซ่าม  ซึ่งก็เป็นปกติของเรา  แต่มักเกี่ยวพันกับแมวมากขึ้น  เช่นว่า  ตกต้นไม้ เพราะปีนจับแมว  พอตอนหลัง รู้ว่าตัวเองปีนไม่ได้ก็อย่าปีน  เหยียบโต๊ะเล็กขึ้นไปแทน  แต่เพราะไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือให้ดี  ว่าโต๊ะมันตั้งอยู่ไม่มั่นคง  แทนที่จะได้จับแมว ก็มาจับกบแทน  ได้หนึ่งแผลใหญ่ที่ขา  ปวดนิดๆ  วันต่อมาก็เห็นเป็นจ้ำๆ 


แต่ก็ไม่สาหัสเท่ากับเมื่อวันก่อน..


บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านของยาย  ซึ่งมีบริเวณบ้านติดกับบ้านของพี่น้องยายหลายคน  อยู่ในอาณาเขตเดียวกัน อย่างไม่มีรั้วกั้น  มันอาจดีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์  แต่ทำให้หมากับแมวทะเลาะตบตีกันได้ง่ายด้วย  เพราะ ญาติเราเลี้ยงหมา แต่เราเลี้ยงแมว   พอได้ยินเสียงหมาเห่า หรือตะกรุยตะกายอะไรใกล้ๆ ก็คิดว่ามันมาไล่จับแมว(ซนของเรา)ที่ชอบออกเที่ยว



เท่านั้นเราก็กระโดดข้ามเหล็กกั้น(หมา) เอาหัวโม่งขอบประตูด้านบน  และล้มลงไปกองกับพื้น ด้วยความเจ็บกายและเจ็บใจ  ร้องตะโกนออกไปสุดเสียง  หวังว่าหมามันจะกลัวหนีไป  หรือให้มีใครออกมาไล่หมา


พอเห็นเลือดไหลลงมาจากหัวเท่านั้น  เราก็ร้องไห้แงๆ  ก็กลัวเลือดนี่น่า  ยายวิ่งมาดู  เอาผ้ามาให้เราซับเลือด  เราก็ยังร้องใหญ่  ก็เลือดมันไม่ยอมหยุดไหล  เต็มผ้าไปหมดแล้วอะ  กลิ่นเลือดก็คลุ้ง  สมองเราก็เบลอไป


ไปหาหมอก็ร้องไห้ใหญ่  เพราะกลัวเจ็บ ซึ่งก็เจ็บอยู่นะ  เอาเข้าจริง  ในตอนนั้น 
ความเจ็บยังไม่สาหัสเท่ากับความกลัว  ในความคิดที่มีความกลัววิ่งพล่าน  จิตใจเราบาดเจ็บเสียกว่าร่างกาย 
ใจก็อยากให้มีคนมากระซิบบอกว่า อย่าร้องนะ  เจ็บนิดเดียว เดี๋ยวก็หาย 



แต่ดันได้ยินแต่เสียงหมอทำอะไรกึกๆ บนหัว


เย็บไปสี่เข็ม  กลางหัวเลย  หมอว่าให้ฉีดบาดทะยัก   เราพยายามพูดปฏิเสธอย่างอ้อมๆ  ว่าเพิ่งฉีดไปเองค่ะ  เพราะรู้ว่า พอฉีดแล้ว  แขนข้างนั้นจะปวดระบมอยู่หลายวัน  แต่ก็ต้องฉีดจนได้


กลับมาบ้าน  รู้สึกเจ็บหัวอยู่  แต่แขนซ้าย(ที่ฉีดยา)ก็ปวด  เท้าซ้ายก็พลิก จากการล้ม   ยังตื่นขึ้นมาอีกวัน  ปวดหลัง  ปวดแขน  ปวดคอ  ปวดไหล่  นอนก็หลับยาก  เกร็งทั้งตัว  หลับลำบาก  แถมโรคภูมิแพ้ยังทำให้หายใจอึดอัดอีก 


ไม่ว่ายังไง  เรื่องทั้งหมด ก็เป็นเพียงข้ออ้างที่เราไม่ลงมือเขียน  แม้แต่ตัวเดียว
แต่จะว่าดวงก็ไม่ตกซะทีเดียว  อย่างน้อย เราก็ยังยิ้ม ยังหัวเราะ ยังมีลมหายใจอยู่


“ เราไม่ควรนึกเสียใจกับอดีตที่ผ่านมา  ต่อให้ชีวิตมีชะตากรรมที่เลวร้าย 
รอยยิ้มเล็กๆ ที่เรามีให้ตัวเองจะเป็นกำลังสำคัญ  มันยังคงสดใสสวยงามเสมอ 
แม้ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ 

12/05/54

เมื่อแมวเจ็บ  อ่านที่นี่

เมื่อแมวเจ็บ

ความเจ็บปวด  เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนไม่เคยปราณีใคร


วันแต่ละวันที่ผ่านมา  เราใช้ไปกับการอื่นที่ไม่ใช่การเขียน อย่างที่ใจเราต้องการ  บางทีก็นึกเสียดาย  แต่บางทีก็พอใจจะให้เป็น   เราเป็นคนที่ชอบคิดมาก  บางความคิดก็เหมือนเพ้อ   บ้างก็หดหู่  บ้างจริงจัง  เวลาที่ไม่คิดอะไร  กลับเป็นช่วงเวลาที่แสนสุข 


ช่วงนี้ ดวงตกเอามากๆ  เลี้ยงแมวไว้ห้าตัว  วันดีคืนดี  ลูกแมวอายุเดือนกว่า  ออกไปซนหน้าบ้านกับพี่ๆ (คอกก่อน)  ถูกหมาใจร้ายงับไส้ไหลออกมาเป็นยวง  เราก็ทั้งตกใจ  ทำอะไรไม่ถูก แต่เจ้าลูกแมวยังไม่ตาย  มันวิ่งหลบใต้ตู้   คนในบ้านบิ้วท์ให้เราทำใจ  มันคงไม่รอด  แต่เรายอมรับไม่ได้  เรานึกถึงคืนวันที่ได้เล่นได้มองดูมันมีความสุข   น้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด  



ในที่สุด  ก็ได้รถพาไปหาหมอ  แต่เพราะเป็นเวลาเช้ามากเกินไป  จึงยังไม่มีร้านไหนเปิด  รถก็วิ่งกลับไปมาหลายรอบ  พอได้เข้าไปในคลินิก  ได้คุยกับหมอก็รู้ว่าการรักษามันไม่ใช่ง่ายๆ  ลูกแมวของเราถูกกัด  มีเขี้ยวสามรูที่สาหัสไม่น้อย  แต่แมวเด็กจะฟื้นตัวได้ดีกว่า  หมอบอก  ถ้าเป็นแมวตัวโตไม่รอดแน่

ผ่านไปเกือบครึ่งวัน  น้องแมว(ยังไม่มีชื่อ  แต่เรียกว่าตาโตบ้าง  ตัวเล็กบ้าง)ก็ยังไม่ออกมา   ฉันยืนมองคนรักสัตว์  พาน้องหมาน้องแมวที่เลี้ยงไว้มาฉีดวัคซีน  ซึ่งฉันไม่เคยทำ  เพราะไม่ได้จงใจจะเลี้ยง  เป็นแมวที่มาอยู่เอง  และคิดว่ามันสามารถเอาตัวรอดได้ ตามสัญชาตญาณของมัน  ไม่ได้คิดจะให้เป็นแมวของเรา  แค่คิดว่ามาอาศัยอยู่ได้  เราก็ให้อาหาร  ให้ที่พัก  ให้ความรัก และบางทีก็ขอความรักจากมัน


หมดไปพันกว่า  แต่เราไม่เสียใจเลยที่ได้ช่วยชีวิตน้องแมว  แม้บางคนจะบอกว่ามันตายไป  อาจยังดีกว่า  เพราะต้องทรมานจากบาดแผล  กว่าจะหายดีก็ใช้เวลาไม่น้อย



เราได้ชื่นใจอย่างหนึ่งคือ  มันไม่เคยหงอย  ดูไม่เหมือนแมวบาดเจ็บซักนิด 
ถ้าเป็นเราหรือ  คงทำหน้ามู่ทู่ เพราะเจ็บแผล หรือ นอนขดด้วยความหวาดกลัว


ดีที่เจ้าตัวน้อยยังมีแม่  เป็นแม่แมวที่ดีมาก  จนเราไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะมีแมวที่รักลูกได้มากถึงขนาดนี้   ตั้งแต่เลี้ยงคอกก่อนหน้านี้แล้ว  แม่มันเลีย มันให้นม  มันเล่น มันอยู่กับลูก แทบจะทุกเวลา  ไม่เคยหนีหายไปไหน  มันถึงได้เป็นแมวที่เสน่ห์แรง  ตัวผู้ตามมาติดถึงบ้านอยู่เรื่อย  คลอดลูกปั๊บ  ก็ท้องอีกเลย


ที่เราว่าดวงตกนั้น  เพราะหลังจากคอยดูแลลูกแมวบาดเจ็บแล้ว  เราก็เป็นฝ่ายบาดเจ็บเสียเอง


เริ่มจากเดินชนนู่นชนนี่  อาจเป็นความซุ่มซ่าม  ซึ่งก็เป็นปกติของเรา  แต่มักเกี่ยวพันกับแมวมากขึ้น  เช่นว่า  ตกต้นไม้ เพราะปีนจับแมว  พอตอนหลัง รู้ว่าตัวเองปีนไม่ได้ก็อย่าปีน  เหยียบโต๊ะเล็กขึ้นไปแทน  แต่เพราะไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือให้ดี  ว่าโต๊ะมันตั้งอยู่ไม่มั่นคง  แทนที่จะได้จับแมว ก็มาจับกบแทน  ได้หนึ่งแผลใหญ่ที่ขา  ปวดนิดๆ  วันต่อมาก็เห็นเป็นจ้ำๆ 


แต่ก็ไม่สาหัสเท่ากับเมื่อวันก่อน..

12/05/54

เมื่อฉันเจ็บ  อ่านที่นี่

บล็อกอัพเดตล่าสุด

Most View

Sponser by: